กสิณ อุบายธรรมทางลัดสู่กรรมฐาน ทางลัดการแสดงฤทธิ์ กายทิพย์ ตาทิพย์ จิตเนรมิต

เพ่งกสิณ อุบายธรรมกรรมฐาน
การเข้าถึงสมาธิ มีอุบายให้จิตเข้าถึงญาณมากมาย วิธีหนึ่งก็คือ
” การเพ่งกสิณ “ คือการเพ่งจิตไปจุดใดจุดหนึ่ง จนเกิดภาพติดตา และสามารถรวบรวมเอาสภาพจิตที่หยาบ และฟุ้งซ่านให้รวมอยู่ที่จุดที่เพ่งนั้นได้ เกิดเป็นจุดพลังอำนาจมีอานุภาพทางจิตมาก

การฝึกกสิณ ถูกนำมาใช้ในไสยศาสตร์ เพราะทำให้เกิดฤทธิ์ เนรมิต เคลื่อนย้าย เรียกธาตุได้

  • การเพ่งกสิณ ก็คือการเพ่งอารมณ์(ไม่ใช่เพ่งมอง) ให้จิตจับอยู่ในกสิณจนรวมอารมณ์เป็นหนึ่งเดียวไปที่วัตถุสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เทียน พระพุทธรูป อากาศ น้ำ แล้วบันทึกการรับรู้ในคุณสมบัติของวัตถุนั้นลงในจิต จนกระทั่งหลับตาลงภาพนั้นก็เกิดได้ชัดเจนในนิมิต (ตาใน ) หรือนิมิตกสิณเป็นภาพติดตา

  • การเพ่งกสิณเป็นอุบายวิธีลัดของจิตให้เข้าสู่สมาธิได้อย่างรวดเร็ว เพราะจิตจะยึดเอาภาพนิมิตกสิณมาเป็นเครื่องรู้ของจิตแทนอารมณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในจิต และรับเอาภาพนั้นมาเป็นหนึ่งเดียวกันกับจิต และภาพนิมิตนั้นจะค่อยๆพัฒนาขึ้นไปตามความละเอียดของจิต เริ่มตั้งแต่.. ความคมชัด จนบังคับได้ จนถึงขั้นอนัตตา คือความว่าง และ แสงสว่าง กล่าวคือ..ภาพนิมิตทั้งหลายจะหมดไปจากจิต แม้กระทั่งอาการและสัญญาในดวงจิตก็จะจางหายไปด้วย จากนั้นจิตจึงเข้าสู่กระบวนการของสมาธิในขั้นญาณต่อไป..

กสิณกลาง มี 10 อย่าง เพื่อเลือกฝึกได้เหมาะกับอารมณ์ และอุปนิสัย

1. ปฐวีกสิณ ( วัตถุธาตุดิน ) จิตเพ่งดิน โดยกำหนดว่าสิ่งนี้เป็นดิน หายใจเเข้าภาวนาว่า ” ปฐวี ” หายใจออกภาวนาว่า ” กสิฌัง ” ปฎิบัติอยู่ดังนี้ก็จะข่มนิวรณ์ธรรมเสียได้โดยลำดับ กิเลสก็จะสงบระงับจากสันดาน สมาธิก็จะแกร่งกล้าขึ้น จิคจะตั้งมั่นเป็นอุปจารสมาธิ เมื่อสำเร็จปฐมฌานแล้ว ก็ปฎิบัติในฌานนั้นต่อไปจนคล่องแควลวชำนาญ จึงเจริญทุติยฌานต่อไป
 
2. อาโปกสิณ ( ธาตุน้ำ ของเหลว ) จิตนึกถึงน้ำไว้ คือการเพ่งน้ำ โดยกำหนดว่าสิ่งนี้เป็นน้ำ หายใจเข้าก็ภาวนาว่า ” อาโป ” หายใจออกภาวนาว่า ” กสิฌัง “
 
3. เตโชกสิณ ( ธาตุไฟ ธาตุร้อน ) จิตเพ่งไฟ กำหนดว่าสิ่งนี้เป็นเปลวไฟ หายใจเข้าให้ภาวนา ” เตโช ” หายใจออกภาวนา ” กสิณัง “
 
4. วาโยกสิณ ( ธาตุลม ) จิตเพ่งอยู่กับลม นึกถึงภาพลม โดยกำหนดว่าสิ่งนี้เป็นลม หายใจเข้าให้ภาวนาว่า ” วาโย ” หายใจออกภาวนา ” กสิณัง “

5. นีลกสิณ ตาดูสีเขียวใบไม้ หลับตานึกเห็นภาพสีเขียวชัด หายใจเข้าภาวนา ” นีล ” หายใจออกภาวนา ” กสิณัง “
 
6. ปีตกสิณ จิตเพ่งของอะไรก็ได้ ที่เป็นสีเหลือง หายใจเข้าภาวนา ” ปีต ” หายใจออกภาวนา ” กสิณัง “
 
7. โลหิตกสิณ จิตเพ่งของสีแดง จิตนึกภาพสีแดง หายใจเข้าภาวนา ” โลหิต ” หายใจออกภาวนา ” กสิณัง ” จนจิตมีอารมณ์รวมเป็นหนึ่งไม่ฟุ้งซ่านวอกแว่ก ไม่รู้ลมหายใจ เห็นสีกสิณชัดเจน
 
8. โอทาตกสิณ จิตเพ่งของสีขาว หลับตากำหนดจิตนึกถึงภาพสีขาว หายใจเข้าภาวนา ” โอทาต ” หายใจออกภาวนา ” กสิณัง “
 
9. อาโลกกสิณ ( แสงสว่าง ) จิตเพ่งอยู่ที่แสงสว่าง นึกถึงแสงสว่าง กำหนดความรู้สึกถึงความสว่างไม่ใช่เพ่งไปที่แสงนั้น หายใจเข้าภาวนา ” อาโลก” หายใจออกภาวนา ” กสิณัง “
 
10. อากาศกสิณ ( ช่องว่าง ) จิตเพ่งอยู่กับอากาศ นึกถึงอากาศ กำหนดว่าสิ่งนี้เป็นความว่าง เพ่งช่องว่าง..ความว่าง หายใจเข้าภาวนา ” อากาศ ” หายใจออกภาวนา ” กสิณัง “
  • เมื่อจิตเข้าถึงฌาน 4 พอถึงฌานที่ 5 ก็เป็นจิตเฉย มีอุเบกขาอยู่กับภ่พกสิณต่างๆ ที่จิตจับเอาไว้

อำนาจฤทธิ์กสิณมีดังนี้

–ปฐวีกสิณ เนรมิตคนๆ เดียว ให้เป็นหลายๆ คนได้ เนรมิตคนหลายๆ คนให้เป็นคนเดียวได้ ทำให้น้ำและอากาศแข็งได้ สามารถย่อแผ่นดินให้ใกล้ในการเดินทางได้

– อาโปกสิณ สามารถเนรมิตของแข็งให้อ่อนได้ เนรมิตบ่อน้ำ อธิษฐานหิน ดิน เหล็ก ให้อ่อน
 
– เตโชกสิณ อธิษฐานให้เกิดเพลิงเผาผลาญ อธิษฐานให้เกิดแสงสว่าง ทำให้เกิดจักษุญาณ เห็นภาพต่างๆได้คล้ายตาทิพย์ ทำให้เกิดความร้อนหรืออบอุ่น
 
– วาโยกสิณ อธิษฐานจิตให้ตัวลอยตามลม ให้ตัวเบา เหาะเหินไปในอากาศ อธิษฐานให้เกิดลมอ่อน ลมกรรโชก พายุ
 
– นีลกสิณ อธิษฐานให้เกิดสีเขียว หรือทำให้ที่สว่างครึ้มลงได้
 
– ปีตกสิณ อธิษฐานเนรมิตสีแดงได้ตามประสงค์
 
– โลหิตกสิณ เนรมิตสีขาวให้ปรากฎ ทำให้เกิดแสว่าง เป็นกรรมฐาน

– โอทาตกสิณ สามารถเนรมิตสีขาวให้ปรากฎ ทำให้เกิดแสงสว่างได้ เป็นกรรมฐานที่อำนายประโยชน์ในทิพยจักษุญาณ เช่นเดียวกับเตโชกสิณ
 
– อาโลกกสิณ เนรมิตรูปให้มีรัศมีสว่างไสวได้ ทำที่มืดให้เกิดแสงสว่างได้เป็นกรรมฐาน สร้างทิพยจักษุญาณโดยตรง

– อากาศกสิณ สามารถอธิษฐานจิตให้เห็นของที่แกปิดไว้ได้ เหมือนของนั้นวางอยู่ในที่แจ้ง สถานที่ใดเป็นอับด้วยอากาศ สามารถอธิษฐานให้เกิดความโปร่ง มีอากาศสมบูรณ์เพียงพอแก่ความต้องการได้

วิธีอธิษฐานฤทธิ์
อธิษฐานจิตให้เกิดฤทธิ์ตามปรารถนา ให้ปฎิบัติดังต่อไปนี้
✦ เข้าญาณ 4 ก่อน และ ออกจากญาณ 4
✦ อธิษฐานในสิ่งที่ปรารถนาต้องการให้เกิด ให้เป็น ให้ได้ ให้มี
✦ กลับเข้าญาณ 4 อีกครั้ง และออกจากญาน4
✦ อธิษฐานจิตในสิ่งที่ประสงค์เรื่องเดิมอีกครั้ง สิ่งที่ต้องการจะปรากฎ

จะเห็นว่า.. การเพ่งกสิณมีอานุภาพอันน่าเหลือเชื่อสุดประมาณ เป็นทางลัดการฝึกจิตเนรมิต และเป็นการเข้าสมาธิที่ง่ายที่สุด บางคนฝึกแล้วเห็นนิมิตก็รู้สึกกลัว เครียด ต้องฝึกรู้และวางนิ่งเฉย ต่อมายาภาพที่มาทดสอบจิตใจ ก็จะเข้าถึงสภาวะจิตอันวิเศษแห่งกสิณได้ในที่สุด

ติดต่อบูชา LINE : @namotasa

 

You cannot copy content of this page